Why Aimstar?

หลักในการเลือกธุรกิจที่สามารถเกษียณได้

ธุรกิจเครือข่ายมีหลายบริษัท แล้วเราจะมีการพิจารณาอย่างไร ในการที่จะฝากชีวิตไว้กับบริษัทที่ดีพอ

สินค้า
ควรมีสินค้าทั้งสองหมวดหมู่คือ
1. สินค้าที่จำเป็นจึงใช้ เช่นสินค้าอาหารเสริม คนมีปัญหาสุขภาพค่อยกิน แต่อาจจะหยุดกินได้เมื่อสุขภาพดีขึ้น หรือเมื่อมองว่าไม่จำเป็นต้องซื้อแล้ว
2. สินค้าที่จำเป็นต้องใช้ เช่นสินค้า อุปโภคบริโภค ที่จำเป็นต้องใช้ประจำวัน ประเภท สบู่ ยาสีฟัน น้ำยาล้างจาน และอื่นๆ เพราะว่า หลายๆบ้าน ไม่ได้กินอาหารเสริม แต่ยังไงยังต้องอาบน้ำ ใช้สบู่ แปรงฟัน

แนวคิดของเจ้าของ
ต้องมีแนวคิดของการให้ การเปิดโอกาสให้ผู้คน ไม่ใช่เปิดเพื่อโกย จากนั้นขายทิ้ง แล้วไปเปิดบริษัทใหม่  ดังนั้น เราจึงควรศึกษาตรงจุดนี้ให้ดี ถ้าเจ้าของมีประสบการณ์ในธุรกิจเครือข่ายมาก่อน จะยิ่งดีมาก เพราะบริษัทจะไม่ตกอยู่ในการบงการของผู้นำธุรกิจที่ชอบย้ายค่าย และเอากลุ่มทีมงานหรือยอดขายมาเป็นเครื่องต่อรอง เจ้าของที่ดีจะทำในสิ่งที่ถูกต้องก่อนถูกใจ นั่นคือมีการรักษากฎจรรยาบรรณที่เข้มแข็ง ไม่อนุญาติให้มีการต่อรอง หรือการเปลี่ยนลักษณะขององค์กรตามที่ผู้นำต้องการ

วิสัยทัศน์
บริษัทต้องมีแผนการที่จะเติบโตขนาดใหญ่ ไม่ใช่เปิดแค่เพียงต้องการลองทำ ยิ่งมีการขยายตลาดไปต่างประเทศ และมีระบบ One Code คือ 1 รหัสที่สมัครในเมืองไทยสามารถสร้างทีมงานได้ทั่วโลก ก็จะยิ่งมีโอกาสทำให้นักธุรกิจได้พบ Financial Freedom ได้เร็วมากยิ่งขึ้น

บริษัท
บริษัทต้องมีความมั่นคง ทางด้านการเงิน มีหนี้น้อย ยิ่งถ้าทำธุรกิจด้วยเงินสดทั้งหมดจะเป็นบริษัทที่เยี่ยมยอดมาก มีอัตราการทำกำไร และการเติบโตสูง ที่สำคัญระบบการสั่งซื้อสินค้า การกระจายสินค้า การส่งสินค้า ต้องมีรองรับทั่วถึง หรืออย่างน้อยต้องมีแผนที่จะเปิดสาขาให้บริการสมาชิกอย่างครอบคลุม

แผนรายได้
ต้องเป็นแผนแบบกระจายรายได้ “รวยกระจาย จนกระจุก” ทุกคนได้เปอร์เซนต์รายได้เท่ากัน ไม่ใช่จ่ายแบบขั้นบันได ที่จะทำให้คนใหม่ๆ อยู่ไม่ได้ และแน่นอนจะมีแต่คนที่มาเป็นต้นสายเท่านั้น และเป็นต้นสายแบบยกทีมกันมา ถึงจะได้รายได้ขั้นสูงสุดได้เร็ว แต่สุดท้ายเมื่อแผนรายได้ไม่เอื้ออำนวย เมื่อเปิดไปซักระยะคนใหม่อยู่ไม่ได้ ผู้นำก็จะพากันย้ายค่าย สุดท้ายบริษัทก็จะมีแต่ทรงกับทรุด

(สำคัญคือแผนของเอมสตาร์รักษายอดส่วนตัวแค่ 300 PV หรือ 900 บาท เราสามารถรับรายได้ครบทุกข้อ รับ Matching เต็มจำนวน โดยที่ไม่มีเงื่อนไขอื่นอีกเลย)

แนวคิดของผู้นำ
ถ้าผู้นำในธุรกิจขายแต่คำว่า “ต้นสาย” ทุกคนก็จะมีแต่แนวคิดว่า “ต้นสาย” คือ คำตอบ แน่นอน 1-2 ปีแรก เราก็ยังใช้คำนี้ในการสปอนเซอร์อยู่ แต่เมื่อผ่านไปเป็นปีที่ 3-5 มันไม่เรียกว่า “ต้นสาย” อีกแล้ว ดาวน์ไลน์เราจะเริ่มหลุดไปอยู่ค่ายอื่นๆ ที่เพิ่งเปิด เพราะเค้าคิดว่าเค้าไปเป็นต้นสาย (ซึ่งเราเป็นผู้ปลูกฝังเอง) องค์กรที่เราสร้างมาก็จะไปทำค่ายอื่นที่เพิ่งเปิดใหม่ตลอด
สุดท้ายถ้าเราขาย concept อะไร เราจะได้คนที่ชอบแบบนั้น ถ้าเราขายความมั่งคงทำระยะยาว เราก็จะได้ทีมงานที่ต้องการทำระยะยาวเข้ามาร่วมทีมกัน ซึ่งทุกองค์ประกอบเราสามารถพบได้ในบริษัทเดียวเท่านั้นคือ เอมสตาร์ ค่ะ

สำนักงานใหญ่ aimstar network ริมถนนสุขุมวิท 59 ย่านทองหล่อ เอกมัย
เนื้อที่ 1 ไร่ครึ่ง งบประมาณที่ดินและอาคารเกือบ 1,000 ล้านบาท
*** เป็นเจ้าของตึก ไม่ได้เช่า แถมบริหารงานด้วยเงินสด ไม่กู้ธนาคาร
ข่าวการเปิดสำนักงานใหญ่แห่งใหม่ วันพุธที่ 4 สิงหาคม 2553
สัมภาษณ์ ทญ.ลพา วัชรศรีโรจน์ ผู้ก่อตั้ง Aim Star Network ในรายการ เส้นทางนักขาย ทาง Nation Channel

ขอขอบคุณ ทญ.ลพา วัชรศรีโรจน์
ประธานผู้ก่อตั้ง Aim Star Network (บริษัท เอมสตาร์เน็ทเวิร์ค จำกัด)

8 แนวคิดธุรกิจเครือข่ายแบบผิดๆ

1. ต้องรีบอยู่ต้นสาย ถึงน่าทำ

ถ้าคุณคิดแบบนี้ หรือ ถูกชวนแบบนี้ แน่นอน ค่ะ ว่า แนวคิดแบบนี้ จะถูกถ่ายทอดลงไปในองค์กร แล้วมันจะเกิดการดับสลายในองค์กรคุณอย่างแน่นอนเพราะอะไรน่ะเหรอ ?ถ้าบอกว่า อยู่ต้นสาย กับบริษัท ใหม่ๆ เพิ่งมาเมืองไทย หรือ จองรหัสก่อน รวยก่อนคำเหล่า นี้ บ่งบอกได้เลย ว่า องค์กรไม่มีทางอยู่ได้นานเพราะ ถ้า คุณทำ ต้นสาย คุณรวยเร็ว รวยกว่า คนทำทีหลัง งั้นก็แสดงว่า คนมาทีหลังจะได้น้อย รวยช้าน่ะสิถ้า ปลูกฝังค่านิยมแบบนี้ บอกได้เลยว่า ไม่เกิน 2 ปี คนที่ทำทีหลัง เค้าก็จะรู้สึกแบบนี้ และย้ายไปทำที่อื่น (พร้อมให้เหตุผลว่า บริษัทเปิดมานานแล้ว) เมื่อนั้น องค์กรคุณ มันจะโตหรือคะ? มีแต่จะยุบตัว แล้วคุณก็ต้องย้ายที่ใหม่เหมือนกันถ้า ธุรกิจ ดีจริง จะทำเมื่อไหร่ก็ได้ค่ะ จะเห็นได้จาก หลายบริษัทที่อยู่ เป็น สิบปี มักเกิด คนสมัครใหม่ อย่างต่อเนื่อง คนมาหลัง แซงคนที่อยู่ก่อนได้หลายคนสมัครตั้งแต่ บริษัทเปิด ยังไปไม่ถึงไหน ผ่านมา 10 ปี คนสมัครทีหลัง ก็ สำเร็จได้เมื่อ ทุกคนคิดว่า ทำทีหลังก็สำเร็จได้ เมื่อนั้น องค์กรของคุณ ก็จะโตอยู่ได้นานนะคะแบบนี้ ถึงจะเกษียณได้ จริงหรือไม่ คุณคิดเอาเองนะคะ

2. การลงทุนเยอะ เป็นการสกรีนคน

ถ้าการลงทุนเยอะ หลายหมื่น ถึง แสน เราว่า ไปขาย ปังปิ้ง นมสด หรือร้านกาแฟ เล็กๆ ดีกว่าค่ะ ธุรกิจเครือข่าย บอกเองว่า ลงทุนน้อย เสี่ยงน้อยแต่บางคน ไปหมดกับ การ สต๊อค ของ เช่าตึก จ้างคนมาเฝ้าศูนย์ แล้วจะมี อิสระภาพ ทางด้านเวลาได้อย่างไรจะสังเกตุได้ชัดนะคะ มื่อคุณ ค้นหา ข้อมูลเกี่ยวกับ บริษัทที่ ลงทุนสูง มักจะเกิดกระแสด้านลบ ตามเวบไซต์ต่างๆทำไม ถึงเกิดกระแส แบบนี้ รวดเร็ว ?ก็ เพราะ เมื่อเกิดการลงทุนสูงนั้น คนส่วนมาก จะเอาของไปขาย เพื่อ ต้องการทุนคืนค่ะ ก็ต้องเกิดการ ยัดเยียด วางขายตามแผง หรือ ใต้ถุนห้างพูดง่ายๆก็คือ สินค้า ระบาดเร็วมากคนจึงรู้จักได้อย่างรวดเร็ว เมื่อคนรู้จักเยอะมากก็จะเกิดความสงสัย หลังจากถูกชักชวนให้ลงทุนธุรกิจที่ โตได้นาน ภาพลักษณ์ก็มีส่วนเช่นกันถ้าเรารักษาภาพลักษณ์ของธุรกิจได้ ไม่ว่า จะนานเท่าไหร่ ก็ทำสำเร็จได้เช่นกัน

3. ต้องทำสื่อโฆษณา ประชาสัมพันธ์

ธุรกิจนี้ การโฆษณา เป็นหน้าที่ของบริษัทค่ะ เค้าก็บอกเองว่า เราทำตลาดด้วยการบอกต่อเราไม่ต้องมีหน้าร้าน เราไม่ต้องจ้างคน บริษัท ทำให้หมดแล้วใช้ดีและบอกต่อ ก็พอค่ะและที่เห็นเยอะมาก คือ ลงตามนิตยสาร หมดเงินกันเดือนละเท่าไหร่ล่ะแล้วภาพลักษณ์ เหมือนอะไรคะ ธุรกิจพันล้าน เค้าต้อง เดินแจกใบปลิวเหรอคะ ธุรกิจพันล้าน เค้าต้องเปลี่ยนชื่อไปเรื่อยๆเหรอคะ หลายบริษัทที่ กฏจรรยาบรรณแข็งๆ เค้าบอกเลยค่ะ ว่า ห้ามทำสิ่งเหล่านี้

4. ไม่ชอบรักษายอด

อยาก ทำธุรกิจ ก็ขอให้ เข้าใจหลักการ ของธุรกิจด้วยนะคะ เข้าใจด้วยนะคะว่า บริษัทมียอดขายสูงขึ้น เราก็มีรายได้สูงขึ้นได้ ถ้าบริษัทยอดขายต่ำลง แล้วเราจะมีรายได้สูงขึ้นได้อย่างไรทุกธุรกิจ เปิดมาก็เพื่อขายสินค้าทั้งนั้นล่ะค่ะ มีที่ไหน ไม่ต้องทำยอดขายคะสินค้าทุกบริษัท อยู่ได้ เพราะ มีการซื้อซ้ำจากลูกค้า เดิม และ มีการซื้อเพิ่มจากลูกค้าใหม่ๆยอดที่ได้ ต้องเกิดจาก คนเดิมซื้อซ้ำและเกิดคนใหม่ซื้อเพิ่ม สะสมกันจน ยอดถึงเป้าหมายที่วางไว้ และเติบโตได้อย่างต่อเนื่องถ้า คิดว่า ธุรกิจที่ไม่รักษายอด มั่นคงนั้น ก็ขอให้พิจารณาจาก ทุกบริษัทที่อยู่ได้นานๆ และขายสูงขึ้นทุกปีนั้น มีบริษัทไหนบ้าง ที่ไม่รักษายอด

*** รักษายอด = ซื้อซ้ำ ***

5. ไม่ชอบเข้าอบรม

คนที่สำเร็จเข้าประชุมทุกคนค่ะ คนที่ไม่สำเร็จ ส่วนมากก็ไม่เข้าประชุมนั่นล่ะการประชุม หลายคนไม่เข้าใจ ว่าทำไมต้องเข้าเปรียบเหมือนคน ไม่ไปเรียนรามนั่นล่ะ ส่วนมากเรียนไม่จบทั้งนั้นก็คุณไม่เอาตัวเองเข้าไปอยู่ในบรรยากาศ ไปเรียนรู้วิธีการ แล้วจะสำเร็จได้อย่างไรคุณอาจจะมองว่า เข้าไปก็พูดเหมือนเดิม รู้แล้วขอให้เปรียบกับ นร เตรียมเอ็นท์ทรานซ์ คนที่เอ็น ติด เค้าอ่านหนังสือรอบเดียว เรียนครั้งเดียวเหรอคะ ส่วนมาก เค้าอ่านหลายรอบ เรียนพิเศษ ฟังความรู้อย่างต่อเนื่องทั้งนั้นล่ะค่ะ อีกอย่าง การที่ เข้าไปกี่ครั้งก็พูดแบบเดิม ก็ขอให้เข้าใจใหม่ว่า ธุรกิจ คือการทำซ้ำ เราเข้าไป รับสาส์นแล้ว เราจะไปเอาสาส์นนี้ ไปบอกคนอื่น ไปเรื่อยๆ คงเหนื่อยมากธุรกิจนี้คือการผ่อนแรงนะคะ ไม่งั้นคงไม่เรียกว่า ธุรกิจเครือข่ายวิธีที่ถูกต้อง คือ คุณต้อง พาคนใหม่เข้าไปเรียนรู้แบบคุณ และคนๆนั้น ก็จะไป พาคนใหม่ๆ เข้าไปเรียนรู้สิ่งเหล่านั้น อีกเมื่อทุกคนเข้าใจเหมือนกัน ก็จะทำเหมือนกัน แล้วกระจายตัวเป็นองค์กรที่ยิ่งใหญ่ได้ถ้าไม่ชอบเข้าประชุม อย่างหวังว่า จะสำเร็จในธุรกิจเครือข่ายเลยค้ะ เพราะไม่เคยมีผู้ประสบความสำเร็จคนไหนซักคน ที่ประสบความสำเร็จได้โดยไม่เคยเข้าประชุม

6. สมัครไว้ก่อน รออัพไลน์ ช่วยก่อน ถึงจะเริ่มทำ(คุณไม่ช่วยเราไม่ทำ)

ถ้าคิดแบบนี้ แทบทุกคน ล้มเหลวค่ะ ธุรกิจที่เกิดการทำซ้ำ มันก็ต้องทำจากความรู้สึกและความคิดค่ะ ถ้าคิดจะรอให้คนอื่นช่วย ก็เหมือนกับคิดแค่ว่า ตัวเองเป็นได้แค่ ดาวน์ไลน์ เป็นอัพไลน์ใครไม่ได้แล้วเมื่อคุณมีดาวน์ไลน์ ดาวไลน์จะก๊อปใครล่ะ ? ถ้ามีคนช่วยก็ถือว่าโชคดี เหมือนเกิดมามีพ่อมีแม่ ร่ำรวยไหม ช่วยได้มากน้อยแค่ไหนก็ว่ากันไป แต่…ถ้าไม่มีก็ไม่ใช่ว่าเราจะได้ดีไม่ได้ ใช่ไหมคะ🙂
7. ธุรกิจมีนานแล้ว คนอื่นทำเยอะแล้วไม่น่าทำ , ธุรกิจใหม่ คนทำน้อย แนะนำยากไม่น่าทำ
ไม่รู้ว่า อะไรจะเป็นปัญหากว่ากันนะคะ บอกได้เลยว่า ไม่ว่าคนทำมากหรือทำน้อย ก็ทำได้ทั้งนั้นแต่ถ้าเรามองปัญหา มันก็เป็นปัญหา ถ้าเรามองไม่ให้เป็นปัญหามันก็ไม่เป็นค่ะ
ถ้า คนทำเยอะแล้ว ก็ขอให้มองในแง่ดีค่ะ แสดงว่า มันดีไง คนเลยทำเยอะน่าจะทำง่ายซะอีกธรรมชาติของ คน ก็จะมี คนไม่ชอบ แล้วชอบ , คนชอบแล้วไม่ชอบ , คนไม่ชอบ และยังไงก็ไม่ชอบไม่ว่ายังไง คนทำเยอะแค่ไหน ก็จะมี คนอย่างนี้อยู่ ตลอดเวลา ดังนั้น ไม่ต้องคิดมาก ทำไม่ได้ ค่อยมาเครียดดีกว่า
ถ้าคนทำน้อยก็ขอให้คิดในแง่ดีค่ะว่า คนไม่รู้จักน่ะดี จะได้มาทำกับเราถ้าคนรู้จัก แสดงว่า เค้าไปได้ยินจากคนที่มาชวนเค้า ซึ่งอาจจะเป็น เพื่อน ญาติ พี่ น้องแล้วถ้าเค้าจะทำ เค้าจะทำกับเราเหรอคะไปทำกับคนที่สนิทกับเค้าไม่ดีกว่าเหรอสินค้าทุกยี่ห้อ ก็มีเกิดมา ตามยุค สมัยทั้งนั้น การที่ มาทีหลังแล้วคนรู้จักน้อย เราก็ทำให้เค้ารู้จักสิก็นี่มันเป็นหน้าที่ของนักธุรกิจเครือข่ายอยู่แล้ว อย่างเจ้าของ AIS เอา มือถือมาทำตลาด เค้าต้องรอให้เจ้าอื่นมาทำก่อนเหรอคะถึงจะเริ่มทำ เศรษฐีหลายคน มักมองอะไรๆ เป็นโอกาสเสมอ ยิ่งไม่มีคนทำนะ ยิ่งเป็นโอกาสทั้งนั้น

8. ต้องดีที่สุด ต้องอินเทรนด์ที่สุด

ลองไปเลือกโทรศัพท์ มือถือนะคะ ถ้าจะหา รุ่นที่ดีที่สุด หายังไง ซื้อไป ก็เจอ รุ่นใหม่เกิดขึ้น ดีกว่า เรื่อยๆค่ะ และที่สำคัญ มือถือทุกรุ่น จะเทพ ขนาดไหน ก็มีข้อด้อยให้ตำหนิ หรือ ต้องอินเทรนด์ที่สุด ไม่มีคู่แข่ง โดดเด่นที่สุด ก็เหมือนกันล่ะค่ะ ไม่นาน ก็จะมี สินค้า คล้ายกันออกมาตาม เพราะ มันเป็นเทรนด์ในธุรกิจเครือข่าย เราต้องย้ายไปย้ายมา ตามบริษัทเปิดใหม่หรือเปล่าคะ ไม่ว่ายังไง จะธุรกิจแบบไหน ก็จะมีการพัฒนา ตามหลังเรื่อยๆ ถ้า จะเกิดใหม่ ต้อง โดดเด่นสุด ถึงจะทำตลาดได้จริงๆมันก็ถูกค่ะแต่ในธุรกิจเครือข่าย ถ้ามาคิดแบบนี้ คนทำ แอม.. ทำกิฟ.. คงย้ายค่ายตามหมดแต่ยอดขาย ของ บริษัทเหล่านี้ ก็โตขึ้นทุกปี มันเป็นเพราะอะไรล่ะ?ดังนั้นไม่ต้องไปมองเรื่องนี้หรอกค่ะ ขอแค่ มีศรัทธา ลงมือทำ ยังไงก็สำเร็จได้ระึคะ ไม่ว่า บริษัทไหนก็ตาม
ขอให้ประสบความสำเร็จกันทุกคนนะคะ ^^

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s