ความคิดที่แตกต่างระหว่าง คนรวย กับ คนจน – โรเบิร์ต คิโยซากิ

มาตรฐาน

“โรเบิร์ต คิโยซากิ” ชื่อนี้คงจะคุ้นหูกันดีนะคะ
สำหรับคนที่ชอบอ่านหนังสือทางด้านพัฒนาตนเอง
แต่สำหรับเพื่อนๆคนใดที่ยังไม่รู้จักเราจะพาไปรู้จักกับเขาวันนี้แหล่ะ

โรเบิร์ต คิโยซากิ เป็นผู้ที่นำความลับคนรวยซึ่งมักจะถูกถ่ายทอดกันมารุ่นต่อรุ่น
มาเผยแพร่ให้คนทั่วไปได้ทราบกัน ผ่านหนังสือขายดีที่เรารู้จักกันดี
ในตระกูล พ่อรวยสอนลูก (Rich Dad Poor Dad)
ซึ่งเป็นหนังสือที่โด่งดังมาก ปัจจุบันมีเกือบ 20 เล่ม
ถูกตีพิพม์มากกว่า 26 ล้านก๊อปปีี้ขายดีมากกว่าแฮรี่ พ๊อตเตอร์
ถูกแปลมากกว่า 40 ภาษาทั่วโลก

https://www.richdadcoaching.com/assets/images/robert_rich_dad_book.jpg

โรเบิร์ต คิโยซากิ ปัจจุบันนี้เป็นนักลงทุนอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งอาศัยอยู่ที่อเมริกา
เขาเกิดและเติบโตในฮาวาย เขาเรียนรู้ธุรกิจจากคน 2 คน
คนแรกคือพ่อจนผู้ซึ่งมีความรู้สูง เป็นข้าราชการเงินเดือนสูงและเป็นพ่อแท้ ๆ ของเขาเอง
และอีกคนหนึ่งคือ พ่อรวย เป็นนักธุรกิจร้อยล้าน
ซึ่งออกจากโรงเรียนตั้งแต่ชั้นมัธยมสองเท่านั้น เป็นพ่อของเพื่อนสนิทของเขาเอง

สาเหตุที่เขาเรียกพ่อแท้ของเขาว่าพ่อจนไม่ได้หมายความว่าพ่อแท้ของเขาจน
จนไม่มีอะไรจะกินนะคะ พ่อแท้ๆของเขาเป็นอธิบดีทางด้านการศึกษา
แต่ที่เขาเรียกว่าพ่อจนเพื่อเปรียบเทียบให้เห็นชัดเจนกันมากขึ้นระหว่าง
ความคิดคนของคนสองคน พ่อรวยของเขาเป็นผู้ที่รวยที่สุดในเกาะแมนฮัตตั้น

ประสบการณ์ปัญหาด้านการเงินตลอดชีวิตของพ่อจน
ทำให้คำสอนพ่อรวยของโรเบิร์ต ถูกสนับสนุนมากยิ่งขึ้น
ที่ว่า “คนจนและคนชั้นกลางทำงานเพื่อเงิน ในขณะที่คนรวยใช้เงินทำงาน”

https://i0.wp.com/webarchive1.richdad.com/Resource/Image/whoisrichdadnew.gif

หลังจากที่เขาประสบความสำเร็จเป็นนักขายที่มียอดการขายสูงอันดับหนึ่ง
ในบริษัท XEROX โรเบิร์ตเริ่มต้นทำตามความปรารถนาของเขา
ที่จะมี อิสรภาพทางการเงิน เขาเริ่มสร้างธุรกิจข้ามชาติ
มูลค่าเป็นล้านๆเหรียญสหรัฐอยู่หลายธุรกิจ
และท้ายที่สุดก็สามารถเกษียณอายุได้ด้วยอายุเพียง 47 ปี

เขาต้องการทำตามความเชื่อของเขาที่ความปรารถนาจะสอนผู้อื่นให้เป็นผู้ร่ำรวย
และสามารถค้นหาธุรกิจที่พวกเขาต้องการได้ ในปี 1997 (พ.ศ. 2540)
โรเบิร์ตได้เขียนหนังสือขายดี โด่งดังไปทั่วโลกเล่มแรก
ชื่อ พ่อรวยสอนลูก (Rich Dad Poor Dad)

https://i1.wp.com/www.radio.goldseek.com/landing2.jpg

เขาได้นำเสนอความแตกต่างของความคิดระหว่างคนจนกับคนรวย ไว้ในหนังสือของเขา
เช่น

คนจน เวลาเจอของที่อยากได้มักจะบอกกับตัวเองว่า เราไม่มีเงินซื้อ
คนรวย เมื่อเจอของที่อยากได้มักจะตั้งคำถามว่า เราจะซื้อมันได้อย่างไร?

คนจน มักจะคิดว่า เราทำไม่ได้
คนรวย มักจะคิดว่าทำอย่างไร

…..

โรเบิร์ต ยังกล่าวอีกว่าความแตกต่างระหว่าง คนจน กับ คนรวย
ไม่ได้แตกต่างกันนิดเดียวนะคะ แต่ว่าความคิดคนทั้ง2ประเภทนี้
แตกต่างกันจนอยู่คนละด้านเลย

โรเบิร์ต บอกว่า คนจนส่วนใหญ่จะชอบบอกว่า คนรวยเห็นแก่ตัว
แต่ที่จริงแล้วคนรวยส่วนใหญ่มีน้ำใจเป็นผู้ให้ ในขณะที่ คนจนส่วนใหญ่จะเห็นแก่ตัว

หลายคนอ่านมาถึงตรงนี้แล้วอย่าพึ่งงง กำลังจะอธิบายว่าเพราะอะไร?
คุณโรเบิร์ตกล่าวว่า คนจนเห็นแก่ตัวก็เพราะชอบเรียกร้องสิทธิต่างๆมากมาย
จากรัฐบาลเช่นให้ช่วยเหลือสิ่งนั้น ให้ช่วยเหลือสิ่งนี้ และจะชอบกล่าวหา
ว่าบริษัทให้เงินเดือนน้อย ใช้งานหนัก ไม่ยอมปรับตำแหน่งให้เลย
(คุณโรเบิร์ตก็เคยเป็นพนักงานประจำมาก่อนและไม่ได้ ร่ำรวยมาก่อน)
ซึ่งจริงๆแล้วบุคคลเหล่านี้ไม่ได้ลองคิดเลยว่าคุณทำสิ่งต่างๆเพื่อบริษัทบ้างหรือยัง?

โรเบิร์ตบอกว่าที่คนรวยส่วนใหญ่เป็นคนมีน้ำใจก็เพราะว่าคนรวยชอบช่วยเหลือผู้อื่น
ยิ่งธุรกิจใดช่วยเหลือคนมากเท่าไร ธุรกิจนั้นก็ยิ่งรวย
เช่น โตโยต้าที่ทำรถยนต์ราคาถูกออกมา เพื่อจะช่วยให้คน
สามารถเดินทางไปยังสถานที่ต่างๆได้สะดวกมากยิ่งขึ้น

ข้อเสนอแนะของโรเบิร์ตชัดเจนเข้าใจง่าย นั้นคือ

” คุณจะยอมรับผิดชอบต่อสถานการณ์ทางการเงินของคุณเอง
หรือจะยอมรับคำสั่งของคนอื่นๆไปตลอดชีวิต ”

“คุณต้องการที่จะเป็นเจ้านายของเงิน หรือจะยอมเป็นทาสของเงิน”

คนส่วนใหญทำงานเพื่อเงิน แต่ไม่รู้วิธีให้เงินทำงานแทนเรา ซึ่งโรงเรียนก็ไม่เคยสอน
สอนให้เห็นความแตกต่างระหว่าง “หนี้สิน” กับ “ทรัพย์สิน”

หนี้สิน = รถ บ้าน โทรศัพท์ บัตรเครดิต สินค้าต่าง ๆ ที่ดูดเงินออกจากกระเป๋าเรามากกว่าดูดเข้า
ทุกอย่าง เรียก หนี้สิน เชื่อไหม คนจนชอบสะสมหนี้สินเพราะคิดว่าเป็นทรัพย์สิน

ทรัพย์สิน = ห้องเช่า ที่ดิน อาคารสำนักงาน หุ้น เครือข่ายผู้บริโภค(เครือข่ายสัญญาณโทรศัพท์)
ลิขสิทธิ์ สิ่งของต่าง ๆ ที่ดูดเงินเข้ากระเป๋าเรามากกว่าดูดออก เรียกว่า ทรัพย์สิน ซึ่งคนรวยชอบสะสม
( ตำรวจที่รวยที่สุดไม่ได้อยู่ในป้อมตำรวจ แต่อยู่ที่ลอนดอน เพราะเขาสะสมทรัพย์สินไง)

แล้วคนรวยเขาก็มี บ้าน รถ สินค้าฟุ่มเฟือย มากมายนี่ แต่ทำไม่เขาถึงรวย ??????

—– เพราะคนรวย ก่อนที่เขาจะรวยนั้น เขาสะสมรายได้ ลดรายจ่าย
เพื่อซื้อทรัพย์สิน และเมื่ือเขามีทรัพย์สินมากแล้ว คราวนี้ เขาอยาก ซื้ออะไรเขาก็ซื้อได้

ก่อนที่โรเบิร์ต จะประสบความสำเร็จอย่างทุกวันนี้เขาก็เคยลำบากมาก่อนนะคะ
เริ่มแรกเขาทำงานเป็นเซลล์ หลังจากนั้นก็ไปเป็นทหารและไปออกรบที่เวียดนาม
หลังจากนั้นก็เริ่มทำธุรกิจส่วนตัว พอทำไประยะนึง ก็เกิดปัญหาขึ้นจึงต้องเลิกกิจการ
กลายมาเป็นคนถังแตก เขากับภรรยาของเขาเคยเกือบจะยอมแพ้แล้ว

ในเวลานั้นเขามี 2ทางเลือก
1.เดินตามความฝันสู่การเป็นเจ้าของธุรกิจต่อไป หรือ
2.หันหลังให้ความฝันและเดินกลับไปเป็นพนักงานประจำ
แน่นอนว่าวันนี้เขาคงรู้สึกดีมากที่ไม่ยอมแพ้กลางคัน
เพราะปัจจุบันตอนนี้เขาเป็นมหาเศรษฐีไปแล้ว
จากธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และการเขียนหนังสือและจัดอบรมสัมมนาต่างๆ

แล้วเพื่อนที่อ่านบทความนี้อยู่ล่ะคะรู้สึกเหนื่อยหรือรู้สึกท้อ
จากเหตุการณ์บางอย่างบ้างไหมคะ ยังไงซะก็อย่าพึ่งยอมแพ้นะคะ
เพราะความสำเร็จอาจจะรออยู่ตรงข้างหน้าก็ได้

เมื่อคุณเปลี่ยน วิธีคิด ความเชื่อ คุณจะเปลี่ยน
เมื่อคุณเปลี่ยน ความเชื่อ ความคาดหวัง คุณจะเปลี่ยน
เมื่อคุณเปลี่ยน ความคาดหวัง ทัศนคติ คุณจะเปลี่ยน
เมื่อคุณเปลี่ยน ทัศนคติ พฤติกรรม คุณจะเปลี่ยน
เมื่อคุณเปลี่ยน พฤติกรรม การกระทำ คุณจะเปลี่ยน
เมื่อคุณเปลี่ยน การกระทำ วิถีชีวิต คุณจะเปลี่ยน

เมื่อคุณเปลี่ยนความคิด…วิถีชีวิตคุณจะเปลี่ยน

ใครที่อยากทราบว่าหนังสือที่เขาแต่งเป็นอย่างไรบ้าง
ลองไปหามาอ่านเพิ่มเติมกันดูได้นะคะ
เราลองหาชื่อหนังสือตระกูลเขามาให้ดูนะคะ

  • เกมกระแสเงินสด (Cash flow 101 หรือเกมส์แข่งหนู)
  • Rich Dad’s Cash Flow Quadrant (พ่อรวยสอนลูก เล่ม2 เงินสี่ด้าน)
  • Rich Dad’s Guide To Investing (พ่อรวยสอนลงทุน)
  • Rich Kid Smart Kid (สอนลูกให้รวย)
  • Retired Young Retired Rich “เกษียณเมื่อหนุ่ม เกษียณอย่างร่ำรวย”

 

Choose To Be Rich

If you want to be rich you need to learn to think like the rich, learn what the rich know and most importantly do what the rich do. The rich teach their children how to convert earned income into either passive income or portfolio income that will provide the cash flow to live the life they want to live.

To become rich you need to first change the way you think about money because your thoughts lead to your actions that lead to results. If you were raised poor or middle-class, chances are that you were not taught the fundamentals you need to become financially free for life. By having a personal coach, you can take these principles and quickly apply them in your life. You’ll have the feedback and encouragement you need to get out of the Rat Race—just like my rich dad did for me.

—Robert Kiyosaki
https://www.richdadcoaching.com

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s